ทหารโสมแดงหนีผ่านเขตปลอดทหารเป็นคนที่ 2 ในเดือนเดียว

ทหารเกาหลีเหนือหลบหนีข้ามพรมแดนบริเวณเขตปลอดทหาร เมื่อวันพฤหัสบดี ถือเป็นคนที่ 2 ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน หลังทหารหนุ่มวัย 24 ปี หนีตายฝ่าดงกระสุนมายังฝั่งใต้ เมื่อกลางเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ว่ากระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ในวันพฤหัสบดี เรื่องการพบ “ทหารชั้นผู้น้อย” ของเกาหลีเหนือนายหนึ่ง

ปรากฏตัวบริเวณพรมแดนฝั่งตะวันตกตอนกลางของเขตปลอดทหาร ( ดีเอ็มซี ) โดยทหารนายดังกล่าวหลบหนีข้ามพรมแดนมามอบตัวกับทหารเกาหลีใต้ซึ่งรักษาการอยู่ที่ป้อมประจำการในบริเวณนั้น ซึ่งได้ควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว ทั้งนี้ รายงานของรัฐบาลโซลยืนยันว่าไม่มีการยิงตอบโต้กันระหว่างทหารของทั้งสองฝ่าย ในช่วงที่ทหารเกาหลีเหนือนายนั้นเดินข้ามดีเอ็มซี แต่ราว 90 นาทีหลังจากนั้น ทหารเกาหลีใต้ระดมยิงปืนกลเค-3 ออกไปประมาณ 20 นัด เพื่อเป็นสัญญาณเตือนกลุ่มทหารของเกาหลีเหนือซึ่งเข้ามาใกล้เส้นแบ่งเขตแดน เพื่อติดตามทหารนายที่หลบหนีข้ามมายังฝั่งใต้ และในเวลาเดียวกันมีเสียงปืนดังขึ้น 2 ครั้งในเขตแดนของฝั่งเหนือ แต่ปลอกกระสุนไม่ได้ข้ามพรมแดนมายังอาณาเขตของเกาหลีใต้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 เดือนหลังทหารเกาหลีเหนือที่มีชื่อสกุลว่า “โอ” วัย 24 ปี หนีตายข้ามพรมแดนบริเวณพื้นที่ความมั่นคงร่วม ( เจเอสเอ ) ภายในหมู่บ้านปันมุนจอม ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นขนานที่ 38 ของคาบสมุทรเกาหลี ในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงโดยทหารฝ่ายเดียวกัน และทหารเกาหลีเหนือนายหนึ่งยังวิ่งข้ามเส้นมาเป็นเวลานานหลายนาที ซึ่งเกาหลีใต้เตือนว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงฉบับปี 2496 อย่างชัดเจน ขณะที่ทหารเกาหลีเหนือนายนี้ซึ่งเป็นคนแรกในรอบ 10 ปี ที่หลบหนีด้วยการข้ามเขตแดนบริเวณเจเอสเอ ได้รับความช่วยเหลือจากทหารเกาหลีใต้ และปัจจุบันพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทหารแห่งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะดำเนินการสอบปากคำตามขั้นตอนในอนาคต

สำหรับเขตปลอดทหารบนคาบสมุทรเกาหลีมีความยาวประมาณ 250 กิโลเมตร และกว้าง 4  กิโลเมตรเท่ากันทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ ถือเป็นหนึ่งในเขตหวงห้ามด้านความมั่นคงที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดที่สุดในโลก โดยมีทั้งการติดตั้งกล้องวีดีโอวงจรปิดความละเอียดสูง รั้วลวดหนามที่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าตลอดเวลา และการฝังทุ่นระเบิดเป็นระยะเพื่อให้ยากแก่การลักลอบข้ามพรมแดน แต่ยังคงมีชาวเกาหลีเหนือจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะที่เป็นทหาร ซึ่งพยายามใช้เส้นทางนี้ในการหลบหนีข้ามมายังฝั่งใต้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews